เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติลงพื้นที่เก็บข้อมูลประเมินความต้องการของเกษตรกรหลังเกิดภัยพิบัติทางการเกษตร (ด้านอุทกภัย) เพื่อนำไปวิเคราะห์แนวทางการฟื้นฟูความเสียหายในพื้นที่ อ.เมือง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ อ.เกาะคา อ.เมือง จ.ลำปาง และ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 14 - 18 กรกฎาคม 2568 🍒
🍑สถานการณ์ภัยพิบัติด้านอุทกภัยในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เป็นกรณีน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มรับน้ำจากภูเขา อีกทั้งยังขาดระบบจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เช่น เขื่อนหรือทางระบายน้ำ และมีการใช้ประโยชน์พื้นที่ใกล้ลำน้ำอย่างไม่เหมาะสม อีกทั้งยังมีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจากลำน้ำเอ่อล้นสมทบกับน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมขังในพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะนาข้าวที่มักได้รับความเสียหายเป็นประจำทุกปี🌺
🌵ถึงแม้เกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือฯ (เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562) แล้วก็ตาม จากการสำรวจความต้องการปัจจัยต่างๆ ที่ต้องการฟื้นฟู(นอกเหนือจากตัวเงิน) ทั้งในระยะสั้น (Early Recovery Needs) ระยะกลาง (Reconstruction Needs) และระยะยาว (Recovery Needs) ดังนี้
- ระยะสั้น ความต้องการปัจจัยจากภาครัฐมากที่สุด คือ ผลักดันราคาผลผลิตให้มีราคาที่สูงขึ้น รวมไปถึงการฟื้นฟูแปลงเกษตร และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย น้ำมัน เครื่องจักร และเครื่องมือ/อุปกรณ์ทางการเกษตร
- ระยะกลาง ต้องการระบบระบายน้ำที่รวดเร็ว การขุดลอกทางน้ำ การอบรมเรื่องการทำปัจจัยการผลิตไว้ใช้เอง เช่น การทำน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือการทำเมล็ดพันธุ์ และมีการรับประกันราคาพืชผลทางการเกษตรไม่ให้ตกต่ำ
- ระยะยาว ต้องการให้มีระบบบริหารจัดการน้ำที่ดี เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำหรือแก้มลิงเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง การสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อควบคุมการไหลของน้ำ และสนับสนุนการปลูกพืชทนน้ำท่วมแทนการปลูกพืชเดิม เช่นการปลูกไผ่ แทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการหาตลาดของพืชใหม่ ประกันภัยพืชผลและสนับสนุนการทำระบบเกษตรแบบแปลงใหญ่🌻














