👩🌾👨🌾เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติได้ลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูล เพื่อประเมินความต้องการของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางการเกษตร (ด้านอุทกภัย) เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์แนวทางการฟื้นฟูความเสียหายในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองคาย และร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 18 – 22 สิงหาคม 2568 🏞️
🌧 สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 🌊
📍จ.อุดรธานี (อ.เมือง และ อ.กุดจับ): ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต่อเนื่องติดต่อกัน 3–4 ปี เนื่องจากการขยายตัวของเขตเมืองกีดขวางทางน้ำตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่เกษตรเป็นเวลานาน
📍จ.หนองคาย (อ.โพนพิสัย): ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำโขงล้นตลิ่ง ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
📍จ.ร้อยเอ็ด (อ.ธวัชบุรี): พื้นที่เกษตรกรรมส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มต่ำ จึงประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี
🚨 นอกจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแล้ว เกษตรกรหลายรายยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเพาะปลูกหลังน้ำลด เนื่องจากอยู่นอกเขตชลประทานและไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ส่งผลให้ไม่สามารถเริ่มเพาะปลูกรอบใหม่ได้ทันที ต้องเลื่อนการเพาะปลูกออกไปจนถึงปีถัดไป แม้เกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือตามระเบียบ (เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562) แล้วก็ตาม จากการสำรวจยังพบว่ามีความต้องการปัจจัยการฟื้นฟูเพิ่มเติม (นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือ) ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ดังนี้ 💰
- ระยะสั้น (Early Recovery Needs) ⏳: ต้องการให้ภาครัฐผลักดันราคาผลผลิตให้สูงขึ้น ฟื้นฟูแปลงเกษตร และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย น้ำมัน เครื่องจักร และอุปกรณ์ทางการเกษตร รวมถึงจัดหาให้ทันรอบการเพาะปลูก
- ระยะกลาง (Reconstruction Needs) ⚙️: ต้องการระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ การขุดลอกทางน้ำ และการอบรมด้านการเกษตร เช่น การผลิตปัจจัยการผลิตใช้เอง (ปุ๋ยคอก น้ำหมักชีวภาพ) การพัฒนาอาชีพเสริม การปรับปรุงพันธุ์พืชให้เก็บเกี่ยวได้เร็ว รวมทั้งการพักชำระหนี้ และ การทำปศุสัตว์ เช่นเลี้ยงไก่ไข่เป็นอาชีพเสริม
- ระยะยาว (Recovery Needs) 🏗: การก่อสร้างพนังกั้นน้ำพร้อมประตูเปิด–ปิดเพื่อควบคุมการไหลของน้ำ และต้องการให้มีระบบบริหารจัดการน้ำที่ดี














