ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติลงพื้นที่เก็บข้อมูลประเมินความต้องการของเกษตรกรหลังเกิดภัยพิบัติทางการเกษตร (ด้านอุทกภัย) เพื่อนำไปวิเคราะห์แนวทางการฟื้นฟูความเสียหายในพื้นที่ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี และ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เ

11 กันยายน 25680 ครั้ง
เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติลงพื้นที่เก็บข้อมูลประเมินความต้องการของเกษตรกรหลังเกิดภัยพิบัติทางการเกษตร (ด้านอุทกภัย) เพื่อนำไปวิเคราะห์แนวทางการฟื้นฟูความเสียหายในพื้นที่ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี และ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เ
🍏เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติลงพื้นที่เก็บข้อมูลประเมินความต้องการของเกษตรกรหลังเกิดภัยพิบัติทางการเกษตร (ด้านอุทกภัย) เพื่อนำไปวิเคราะห์แนวทางการฟื้นฟูความเสียหายในพื้นที่ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี และ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 8 - 10 กันยายน 2568 🪴
🌲สถานการณ์ภัยพิบัติด้านอุทกภัยในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และ จ.นครสวรรค์ ประสบอุทกภัยติดต่อกันมาเกือบทุกปี เนื่องจากลักษณะพื้นที่เป็นที่ลุ่มแอ่งกะทะ ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำผ่านที่เกิดจากฝนตกหนักติดต่อกันน้ำไม่สามารถระบายได้ จึงเกิดน้ำท่วมขังติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้พืชผลทางเกษตรเสียหาย🍀
🪴นอกจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแล้วเกษตรกรหลายรายยังเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับฟื้นฟูการเพาะปลูกหลังน้ำลด เนื่องจากพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานและไม่มีแหล่งน้ำเพื่อกักเก็บน้ำ ทำให้ไม่สามารถเริ่มเพาะปลูกรอบใหม่ได้ทันที ส่วนใหญ่ต้องเลื่อนการเพาะปลูกออกจนถึงปีถัดไป🪻
🌻ถึงแม้เกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือฯ (เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562) แล้วก็ตาม จากการสำรวจพบความต้องการปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นในการฟื้นฟู(นอกเหนือจากตัวเงิน) ทั้งในระยะสั้น (Early Recovery Needs) ระยะกลาง (Reconstruction Needs) และระยะยาว (Recovery Needs) ดังนี้
- ระยะสั้น ความต้องการปัจจัยจากภาครัฐมากที่สุด คือ ผลักดันราคาผลผลิตให้มีราคาที่สูงขึ้น รวมไปถึงการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ท่อนพันธุ์ มันสําปะหลัง เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปุ๋ย นาปราบศัตรูพืช เครื่องมือ/อุปกรณ์ทางการเกษตรให้ทันรอบการเพาะปลูกใหม่เพื่อเป็นการลดต้นทุนเนื่องจากผลกระทบจาก
ภัยพิบัติและราคาผลผลิตตกต่ำ
- ระยะกลาง ต้องการการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำ เช่น การระบายน้ำที่รวดเร็ว ขุดทางระบายน้ำ รวมถึงการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก จากมันสำปะหลัง เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นอ้อย เพื่อเก็บเกี่ยวก่อนน้ำจะท่วมซ้ำ
- ระยะยาว ต้องการให้มีระบบบริหารจัดการน้ำที่ดี เช่น ทำผนังกั้นน้ำ การสร้างบ่อบาดานเพื่อเก็บไว้ใช้ตอนหน้าแล้ง อีกทั้งยังต้องการนโยบายด้านเศรษฐกิจ ที่ทำให้ราคาผลผลิตสอดคล้องกับต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้น
แชร์ข่าวนี้:
กลับหน้าข่าวทั้งหมด
แชทกับเรา